วันที่ 13 มีนาคม 2561 เวลา 09.00น. ณ อาคาร 14ชั้น 7 นพ.ประวีณ ตัณฑประภา ผอ.รพ.สุรินทร์ มอบหมายให้ พญ.ชูหงส์ มหรรทัศนพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม เป็นประธานเปิดการประชุม งานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมวัณโรค อำเภอเมืองสุรินทร์ “ภายใต้กลไกการขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)”

 

        จากสถานการณ์ อำเภอเมืองสุรินทร์ได้รับรายงานผู้ป่วยวัณโรคในปี 2560 มีผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 389 รายอัตราป่วย 117.70 ต่อแสนประชากร อัตราเสียชีวิต ร้อยละ 8.22 อัตราขาดยา ร้อยละ 1.54 ปี 2561 ได้รับรายงานผู้ป่วยจำนวน 160 ราย(ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561) อัตราป่วย 47.27ต่อแสนประชากร อัตราเสียชีวิต ร้อยละ 3.12 อัตราขาดยา ร้อยละ 0.62 จากความสำคัญของปัญหาดังกล่าว กลุ่มงานเวชกรรมสังคม คลินิกวัณโรค โรงพยาบาลสุรินทร์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองสุรินทร์ จึงจัดการประชุมพัฒนาเครือข่าย โครงการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมวัณโรค อำเภอเมืองสุรินทร์ ปี 2561 ภายใต้การขับเคลื่อนของคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) อำเภอเมืองสุรินทร์ เรื่อง การป้องกันควบคุมวัณโรค ให้เกิดระบบการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมวัณโรค อย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย และ สำคัญที่สุด คือ ลดอัตราตาย และ อัตราการขาดยา

      

        วัณโรคเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium ซึ่งเชื้อ Mycobacteriumมีหลายชนิดที่พบบ่อยที่สุดและเป็นปัญหาในประเทศไทย คือ Mycobacteriumtuberculosis วัณโรคเกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดที่ปอด ร้อยละ 80 ซึ่งสามารถแพร่เชื้อได้
       

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ประชากรทั่วโลกติดเชื้อวัณโรคแล้วประมาณ 14 ล้านคน โดยประมาณครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังแพร่เชื้อ ในแต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 8.8 ล้านคน โดยร้อยละ 95 อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา และมีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิตปีละประมาณ 1.7  ล้านคน ซึ่งร้อยละ 98 อยู่ในประเทศที่ยากจน การแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีส่งผลให้ผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มขึ้น

        ปัจจุบันประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่ม 22 ประเทศที่มีปัญหาภาวะวัณโรคสูง วัณโรคเป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นทุกคนจึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นวัณโรค

 

        การติดต่อของโรค เชื้อวัณโรคจะแพร่กระจายเมื่อผู้ป่วยไอ จามตะโกน เชื้อเหล่านี้ จะอยู่ในละอองฝอยของเสมหะ เชื้อวัณโรคจะลอยอยู่ในอากาศได้หลายชั่วโมงประมาณร้อยละ 90 ของผู้ติดเชื้อวัณโรคจะไม่มีอาการป่วยและไม่สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ มีเพียง ร้อยละ 10 เท่านั้นของผู้ที่ติดเชื้อที่จะป่วยเป็นวัณโรค

 

        ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โอกาสที่จะป่วยเป็นวัณโรคมีมากขึ้น เมื่อมีการติดเชื้อเอชไอวี เบาหวาน ภาวะขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุ ผู้ต้องขังชุมชนแออัด และการได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

 

        สำหรับการแก้ไขปัญหาวัณโรคให้ได้ผลดีมีวิธีการดำเนินงานดังนี้ การตัดการแพร่เชื้อที่แหล่งแพร่เชื้อที่โดยตรง แหล่งแพร่เชื้อ คือ ตัวผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อที่ยังรักษาไม่หายหรือขาดการรักษา ผู้ป่วยต้องกินยารักษาวัณโรค โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลให้ผู้ป่วยรับยาครบถ้วนทุกมื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าหายจากวัณโรค และไม่แพร่เชื้อต่อไปอีก

 

 

 

/////////////////////////////////////////////////////